ราคาขึ้นทำจุดสูงสุดที่ ~$252 ช่วง ส.ค. 2568 แล้วปรับฐานลงต่อเนื่องเหลือ ~$168 ในเดือน มิ.ย. 2569 (ต่ำสุดในรอบปี) ก่อนฟื้นตัวเล็กน้อยมาที่ $177.52 ปัจจุบัน — รวมลดลง ~29.6% ในรอบ 1 ปี สาเหตุหลักจากตลาดกังวลการแข่งขันด้านราคา ในกลุ่ม wireless, ต้นทุนรวม UScellular merger, และ valuation ที่เคย premium สูงเทียบ AT&T/Verizon เริ่ม de-rate ลง แม้ operating metrics (postpaid net adds, ARPU, Home Internet) ยังเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง
P/FCF ให้ค่าสูงสุดเพราะ FCF yield ปัจจุบันของ TMUS (~9.6% ที่ราคาตลาด) สูงกว่าที่ใช้ประเมิน (7.5%) มาก — สะท้อนว่าตลาดยังไม่ให้เครดิตเต็มที่กับการเติบโตของ FCF หลัง capex โครงข่าย 5G เริ่มลดลง ส่วน P/E ให้ค่าต่ำสุดเพราะใช้ multiple อนุรักษ์นิยม (20x ต่ำกว่าเฉลี่ย 5 ปี) กัน downside จากการแข่งขันราคา EV/EBITDA อยู่กึ่งกลาง — ใช้ multiple 8.0x ซึ่งยัง premium กว่า AT&T/Verizon (~6.5–7x) ตามอัตราเติบโต subscriber ที่เหนือกว่า Fair Value เฉลี่ย $205 จึงเป็นตัวเลขที่สมเหตุสมผลระหว่างความระมัดระวังด้าน P/E และมุมมองบวกด้าน FCF
ราคาปัจจุบัน $177.52 อยู่ต่ำกว่า Fair Value ($205) ~13.4% และต่ำกว่าเป้าเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ (~$255, Buy consensus จาก 28 สำนัก) ถึง ~30% สะท้อนว่าตลาดยัง price-in ความกังวลเรื่องการแข่งขันและภาระหนี้มากกว่าที่ปัจจัยพื้นฐาน (postpaid growth, ARPU, Home Internet) จะสมควรได้รับ
Base case ให้ผลตอบแทนรวม ~27% ใน 3 ปี (annualized ~8.3%) จากทั้ง capital gain และปันผลสะสม ~$12.6/หุ้น สมมติฐานหลักคือ P/E กลับสู่ระดับ 19–22x (ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีที่ ~22–25x) และ EPS โตตามแผน buyback + EBITDA growth ของบริษัท
TMUS ยังคงเป็นผู้นำการเติบโตในกลุ่ม wireless carrier ใหญ่ 3 เจ้าของสหรัฐฯ ด้วย postpaid net adds ที่แข็งแกร่งสุด (+217K บัญชี, churn ต่ำสุด 1.04%), ARPU ที่โตต่อเนื่อง (+3.9% YoY) และธุรกิจ Home Internet (fixed wireless) ที่ขยายตัวเร็ว (+500K+ ต่อไตรมาส สู่ ~9M+ ราย) ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนใหม่นอกเหนือจาก wireless หลัก อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นปรับตัวลงแรง ~30% จากจุดสูงสุดในรอบปี จากความกังวลเรื่องการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้นและภาระหนี้จากดีล Sprint/UScellular ทำให้ P/E ปัจจุบัน (~18.9x) ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีอย่างมีนัยสำคัญ Fair Value เฉลี่ย 3 วิธี (EV/EBITDA, P/E, P/FCF) อยู่ที่ ~$205 ให้ MOS ~13.4% ซึ่งอยู่ในโซน "ราคาพอใช้ ทยอยสะสมได้" — เหมาะกับนักลงทุนที่มองระยะยาวและเชื่อว่า operating momentum จะช่วยให้ตลาดกลับมาให้ premium valuation อีกครั้ง