ราคาปิดรายเดือนเริ่มรอบปี (ต.ค. 2568) ใกล้ระดับปัจจุบัน ลงไปต่ำสุดช่วง พ.ย.–ธ.ค. 2568 ก่อนพุ่งแรง ก.พ.–มี.ค. 2569 ตามกระแส Space Tech ทำจุดปิดเดือนสูงสุดใน มี.ค. 2569 จากนั้นทยอยอ่อนตัวช่วง เม.ย.–ส.ค. และย่อลงแรงใน ก.ย. 2569 ช่วงเดียวกับการเปลี่ยนชื่อ/ticker เป็น GST จบที่ ฿9.35 · รอบปี ▲ +7.5% (รอบปี) · กรอบ 52 สัปดาห์ (ราคาระหว่างวัน) ฿7.60–฿14.20 — ข้อมูลรายเดือนต่อเนื่องจาก THCOM.BK สู่ GST.BK (ISIN เดิม)
เปิดเผยข้อมูลเต็ม: (1) เปลี่ยนชื่อ ไม่ใช่เหตุการณ์ valuation — ผู้ถือหุ้นอนุมัติเปลี่ยนชื่อจาก ไทยคม เป็น Gulf Space Technology เมื่อ 15 ก.ย. 2569 ชื่อบริษัทมีผล 17 ก.ย. และ ticker บน SET เป็น GST ตั้งแต่ 28 ก.ย. 2569 โดยใช้ ISIN เดิม ไม่มีการแลกหุ้นหรือเพิ่มทุน งบย้อนหลังจึงเทียบกันได้ตรง (รายงานนี้คงสัญลักษณ์ THCOM ตามไฟล์เดิม) · (2) ไม่ใช้ P/E เป็นขา — EPS TTM ฿0.57 (กำไรสุทธิ TTM 628 ลบ.) ถูกยกจาก Q1/69 ที่มีกำไรสุทธิ 588 ลบ. จากดอกเบี้ยรับคดีคืนภาษีหัก ณ ที่จ่ายอินเดีย + กำไรอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ Q2/69 กลับเป็นขาดทุน ~87–91 ลบ. · ฉันทามติปี 2569 คาด EPS −0.20 (ขาดทุน) ส่วน EPS ล่วงหน้า 0.14 ที่ vendor แสดงเป็นของปี 2570 ไม่ใช่ปีถัดไป · มัธยฐาน P/E ย้อนหลังเหลือจุดที่เชื่อได้จุดเดียว (ปีอื่นกำไรเกือบศูนย์หรือขาดทุน) · (3) ใช้ EBITDA แทนกำไรสุทธิ — รายการใต้เส้นแกว่งแรงจนกำไรสุทธิปีใดปีหนึ่งใช้เป็น "ปกติ" ไม่ได้: ปี 2568 อัตรากำไรจากการดำเนินงาน 15.8% แต่อัตรากำไรสุทธิเพียง 1.6% (ขาดทุนนอกการดำเนินงาน ~350 ลบ.) ส่วน TTM กลับทิศ (กำไรสุทธิ 26.3% สูงกว่ากำไรจากการดำเนินงาน 22.3%) · ฐาน EBITDA = ค่าเฉลี่ย 5 ปี 1,072 ลบ. แทน TTM ~1,203 ลบ. เพราะไทยคม 4 (IPSTAR) พ้นวงโคจรปลาย ก.ค. 2569 ก่อนไทยคม 9 (ก.ย. 2570) จะเข้ามาแทน · (4) ตัวคูณวัดจากประวัติของบริษัทเอง (รายละเอียดใต้แต่ละขา) — ตัวคูณ EV/EBITDA ปัจจุบันบนฐานเดียวกัน 10.5 เท่า (สูงกว่าจุดสูงสุดของกรอบที่วัดได้ ณ วันวิเคราะห์) ใช้เป็นบริบทเท่านั้น ไม่ใช่ที่มาของเป้า · (5) ไม่ใช้ DCF เป็นขา — FCF ติดลบ 3 ปีติด (−1,214 / −1,439 / −1,883 ลบ. ปี 2567 / 2568 / TTM) จาก capex ดาวเทียม 2,316 / 2,292 / 2,482 ลบ. (ปี 2566 1,385 ลบ.) การหา FCF ปกติต้องสมมติทั้งจังหวะที่ capex ลดหลังไทยคม 9 เข้าบริการและรายได้ธุรกิจใหม่ที่ยังไม่มีตัวเลขเปิดเผย สมมติฐานเหล่านี้จึงไปอยู่ในฉากหมวด 6 แทน · (6) P/BV 1.02 (BVPS ฿9.20) ใช้เป็นบริบทเท่านั้น · (7) ใบก่อน (22 ก.ย. 2569) ใช้ P/S 5.37x และ EV/EBITDA 12.27x ซึ่งวัดซ้ำจากราคาเฉลี่ยรายปีกับงบไม่ได้ จึงแทนด้วยตัวคูณที่วัดได้ — มูลค่าเหมาะสมรอบนี้ต่ำลงมากจากการแก้ตัวคูณเป็นหลัก ไม่ใช่เพราะธุรกิจแย่ลงอย่างเดียว · ทั้งสองขาเป็นตระกูลตัวคูณที่วัดจริง ต่างกันไม่ถึง 2 เท่าจึงเฉลี่ยตรงได้
ราคา ฿9.35 สูงกว่ามูลค่าเหมาะสม ฿7.73 (MOS −21%) และอยู่ใกล้ขอบบนของกรอบ ฿5.53–฿9.42 ที่ได้จากตัวคูณต่ำสุด–สูงสุดที่เคยวัดได้ ส่วนเป้านักวิเคราะห์ ฿12.41 (4 ราย · Buy) สูงกว่าราคา +33% สะท้อนการให้มูลค่าธุรกิจอวกาศใหม่ที่ยังไม่มีในตัวเลขย้อนหลัง
ฉากขับด้วย EBITDA ต่อหุ้น (ฐาน = EBITDA เฉลี่ย 5 ปี 1,072 ลบ.) × EV/EBITDA ปลายฉาก − หนี้สุทธิต่อหุ้น (คงที่ที่ 987 ลบ. — ฉากร้ายจริงหนี้จะสูงขึ้นจาก capex) แทน EPS × P/E เพราะ EPS TTM รวมรายการพิเศษ และฉันทามติปี 2569 คาดขาดทุน · ตัวคูณปลายฉาก Bear/Base อยู่ในหรือต่ำกว่ากรอบที่วัดได้ 2564–2568 ส่วน Bull re-rate เหนือกรอบเล็กน้อย · บรอดคาสต์สมมติว่าถดถอยต่อในทุกฉาก (ไม่มีฉากใดสมมติว่าฟื้น) · ไม่รวมปันผล — DPS ฿0.13 มาจากปีที่มีกำไรพิเศษ ไม่สม่ำเสมอ
ราคา ฿9.35 สูงกว่ามูลค่าเหมาะสม ฿7.73 (เฉลี่ย EV/EBITDA และ EV/Sales มัธยฐานย้อนหลัง 5 ปีของบริษัทเอง บน EBITDA เฉลี่ย 5 ปี 1,072 ลบ.) MOS −21% · กำไรสุทธิ TTM ที่ทำให้ P/E ดูต่ำ (16.4 เท่า) มาจากดอกเบี้ยคดีภาษีอินเดีย + กำไร FX ใน Q1/69 ขณะที่ Q2/69 กลับมาขาดทุนและฉันทามติคาดทั้งปี 2569 ขาดทุน · การเปลี่ยนชื่อเป็น Gulf Space Technology (ticker GST ตั้งแต่ 28 ก.ย. 2569) บอกทิศธุรกิจใหม่ แต่ยังไม่เปลี่ยนตัวเลขงบ — 12 เดือนข้างหน้ายังเป็นช่วงช่องว่างความจุระหว่าง IPSTAR พ้นวงโคจรกับไทยคม 9 ที่เลื่อนเป็น ก.ย. 2570 และ capex ที่ทำให้ FCF ติดลบ 3 ปีติด