SNC เริ่มต้น ก.ค. 2568 ที่ ฿6.15 ร่วงสู่ ฿5.55 ช่วง ส.ค.–ก.ย. (ซีซันต่ำของ OEM แอร์) ก่อนพุ่งแรง ต.ค.–พ.ย. 2568 (฿5.65→฿7.85) ตามกำไร Q3/2568 ฟื้นตัวและข่าวนิคม Hermes คืบหน้า ทรงระดับ ฿7.85–฿8.25 ตั้งแต่ ธ.ค. 2568 จนถึง ก.ค. 2569 ผลตอบแทนรอบปี (ก.ค. 68 → ก.ค. 69) +34.1% สูงกว่า SET index ราคายังต่ำกว่า Fair Value ฿9.40
วิธี P/E ให้ค่าสูงสุด (฿11.33) เนื่องจาก EPS TTM อาจสูงเกินจริงจากกำไรขายสินทรัพย์ ฿661M ใน FY2568 · วิธี P/BV และ P/Sales ให้ค่าใกล้เคียงกัน (~฿8.25–฿8.72) สะท้อนมูลค่าพื้นฐานจากทรัพย์สินและรายได้ · FV เฉลี่ย ฿9.40 เป็นค่ากลางอนุรักษ์นิยม คำนึงถึงคุณภาพกำไรต่ำและหนี้สินสูง (net debt ~฿2.9B) · หากกำไรจากการดำเนินงานฟื้นตัวได้ถึง ฿1.50/หุ้น upside จาก P/E 11x = ฿16.50
ราคา ฿8.25 อยู่ระหว่างโซน MOS 20% (฿7.52) และ Fair Value (฿9.40) — ถือว่าผ่านแนว MOS 20% ขึ้นมาแล้ว ไม่ใช่โซน deep value แต่ยังต่ำกว่า FV อยู่ ~12% · ราคาขึ้น +39.8% จากต้นปี 2568 ดังนั้น margin of safety แคบลงมากจากต้นปี · นักลงทุนที่ซื้อที่ ฿5.50–฿6.00 มี MOS เดิม >40%
หมายเหตุ: SNC ไม่จ่ายเงินปันผลในปัจจุบัน ผลตอบแทนมาจาก capital gain ล้วน · EPS TTM ฿1.03 รวมกำไรพิเศษขายสินทรัพย์ — กำไรจากการดำเนินงานปกติยังบาง (gross margin ~5–7%) · ความเสี่ยงหลักคือยอดขายยานยนต์โลกและต้นทุนวัตถุดิบ · Base case ขึ้นกับความสำเร็จของการขยายสู่ EV parts และการขายที่ดินนิคม Hermes ตามแผน
SNC เป็นหุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ผ่านช่วงขาดทุน 2 ปีมาได้ (FY2566–2567) และกำลังปรับโครงสร้างธุรกิจสู่ EV และ diversification (นิคม, โรงไฟฟ้า) ราคาปัจจุบัน ฿8.25 ขึ้นแล้ว +39.8% จากต้นปี MOS เหลือ ~12.2% เท่านั้น ทำให้ risk/reward ไม่ดีเท่าช่วงกลางปี 2568 ที่ราคา ฿5.50–฿6.00 อย่างไรก็ดี กำไรปกติ (ไม่นับรายการพิเศษ) ยังฟื้นไม่เต็มที่ — นักลงทุนควรติดตาม Q2-Q3/2569 ว่ากำไรดำเนินงานสามารถยืนเหนือ ฿0.50/หุ้น/ปีได้หรือไม่ก่อนเพิ่ม position