หุ้น NUE พุ่งขึ้น +98.6% ในรอบปี (ก.ย. 2568 – ส.ค. 2569) จาก $135.43 สู่ $268.91 แรงหนุนหลักคือนโยบาย Section 232 tariffs เหล็กที่เข้มข้นขึ้นในปี 2568–69 และการฟื้นตัวของกำไรจากจุดต่ำ (EPS FY2025 $7.52 → TTM $12.52) ราคาเร่งแรงช่วง เม.ย.–พ.ค. 2569 (ทะลุ $250) ย่อลงใน มิ.ย. แล้วกลับขึ้นทำจุดสูงใหม่ในไตรมาส 3 ปัจจุบัน $268.91 ยังสูงกว่า Fair Value mid-cycle $162 อยู่มาก สะท้อนว่าตลาดกำลัง "pricing in" ซุปเปอร์ไซเคิลรอบใหม่จากโครงสร้างพื้นฐาน + tariff premium + reshoring
หมายเหตุสำคัญ (Cyclical Steel): EPS TTM ขยับจาก $10.10 เป็น $12.52 (+24%) ตามงวดงบที่เลื่อนไปเป็น Q3'25–Q2'26 — แต่ มูลค่าเหมาะสมกลับลดลงเล็กน้อยจาก $168 เป็น $162 เพราะรอบนี้ยึดกฎหุ้นวัฏจักรเข้มขึ้น: ตัวคูณต้อง anchor ที่ราคาเฉลี่ยของหน้าต่าง TTM ($196.34) และมัธยฐานประวัติ ไม่ใช่ราคา spot และ EPS ที่ใช้ต้องเป็นค่าปกติตลอดวัฏจักร ไม่ใช่ TTM ที่กำลังไต่ขึ้น EPS ปกติวัฏจักร $15.50 (เดิม $15.00) มาจากรายได้ปกติ ~$36,000M ที่ net margin 9.8% หาร 226.9M หุ้น — ขยับขึ้นเพียง 3% เพราะฐานรายได้ใหญ่ขึ้น ไม่ใช่เพราะ TTM สูงขึ้น มาร์จิ้น 9.8% นี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยหลังซุปเปอร์ไซเคิล (FY2023–25 = 8.3%) และสูงกว่าปีที่ดีที่สุดก่อนโควิดแล้ว จึงถือว่าให้เครดิต tariff + product mix เต็มที่แล้ว ที่มาของ P/E เป้าหมาย 10.5 เท่า: มัธยฐาน 5 ปีงบ = 9.49 เท่า (ค่าอ้างอิงจากงบจริง) · justified P/E จากขา (r,g) = 1.73 หารด้วย ROE 16.0% ≈ 10.8 เท่า · ราคาเฉลี่ยหน้าต่าง TTM $196.34 หารด้วย EPS ปกติ $15.50 = 12.7 เท่า เลือก 10.5 เท่า คือให้เครดิตการ re-rating บางส่วน แต่ไม่ยอมจ่ายเท่าที่ตลาดจ่ายจริง — ถ้าใช้ 12.7 เท่าตามตลาด มูลค่าจะเป็น ~$197 ซึ่งก็ยังต่ำกว่าราคาปัจจุบัน การถ่วงน้ำหนักตามตระกูลสมมติฐาน (กฎ 0.4c-bis): ขา P/E ($163) กับ EV/EBITDA ($147) เป็นตระกูล "ตัวคูณอิงตลาด" เฉลี่ยได้ $155 · ขา Justified P/BV ($169) เป็นตระกูล (r,g) นับเป็นอีกหนึ่งเสียง ⇒ Fair Value = ($155 + $169) หาร 2 = $162 (กรอบ $147–$180 · ขาต่ำสุดกับสูงสุดต่างกันเพียง 1.15 เท่า จึงเฉลี่ยได้ตามกฎ) บริบทที่ไม่นับเป็นขา: P/BV มัธยฐาน 1.73 เท่า คูณ BVPS $97.43 = $169 (เลขบังเอิญตรงกับขา 3 แต่เป็นสมอตาย ไม่ผูกกับฉากกำไร จึงใช้ยืนยันเท่านั้น) · P/FCF มัธยฐาน 7.74 เท่า บน FCF ปกติ ~$2,650M ให้เพียง ~$90/หุ้น ซึ่งบิดเบือนเพราะ Nucor อยู่ในรอบ capex หนัก (โรงรีดแผ่น West Virginia) ด้านตรงข้าม (เปิดเผยให้ครบ): ถ้าใช้กำไรสุทธิเฉลี่ย 5 ปีงบ ($4,527M) บนหุ้นคงเหลือวันนี้ จะได้ EPS ปกติสูงถึง ~$19.95 และที่ 10.5 เท่า จะได้ ~$209 — แต่ค่าเฉลี่ยนั้นถูกดันโดยซุปเปอร์ไซเคิล 2564–65 (net margin 18%+) ซึ่งเป็นเหตุการณ์พิเศษจากภาวะขาดแคลนหลังโควิด นี่คือช่องว่างหลักระหว่างรายงานฉบับนี้กับเป้านักวิเคราะห์ $283.56 ซึ่งอิง forward EPS $18.83–$21.22 (ระดับใกล้พีค ไม่ใช่ mid-cycle) ราคา $268.91 จึงแพงกว่ามูลค่าเหมาะสม ~66% แหล่งข้อมูล: StockAnalysis.com (https://stockanalysis.com/stocks/NUE/) · Yahoo Finance (https://finance.yahoo.com/quote/NUE/) · Google Finance (https://www.google.com/finance/quote/NUE:NYSE)
ราคาปัจจุบัน $268.91 สูงกว่า Fair Value mid-cycle $162 ราว 66% และอยู่เหนือกรอบบน $180 มาก แสดงว่าตลาดกำลัง "premium pricing" บนความคาดหวังว่าวัฏจักรเหล็กรอบนี้จะยาวนานกว่าปกติ (tariff protection + infrastructure spending + reshoring) จุดซื้อ MOS 20% อยู่ที่ $129.60 และ MOS 30% ที่ $113.40 ซึ่งต่ำกว่าราคาปัจจุบันมาก แต่เป็นระดับที่เพิ่งเห็นจริงเมื่อ ก.ย. 2568 ($135.43) เป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ $283.56 (16 ราย) สูงกว่า FV ของเรา เพราะใช้ EPS forward $18.83–$21.22 ซึ่งเป็นระดับใกล้พีค ไม่ใช่ mid-cycle
คำเตือน cyclical: ผลตอบแทน base case −31.8% (≈ −12.0%/ปี) และ bear case −50.4% (≈ −20.8%/ปี) สะท้อนความเสี่ยงของ cyclical ที่ซื้อ "บน peak tariff optimism" ถ้าราคาเหล็กย่อลงสู่ปกติหรือ tariff ถูกผ่อนปรน EPS จะหดลงเร็ว และ P/E ก็จะหดตาม (double compression) — สังเกตว่า Bear ใช้ P/E ออก 14 เท่า สูงกว่า Base ที่ 11 เท่าโดยตั้งใจ เพราะหุ้นวัฏจักรมักได้ตัวคูณสูงตอนกำไรทรุด (FY2025 EPS $7.52 ได้ P/E 21.5 เท่า) การจับ EPS ต่ำคู่กับตัวคูณต่ำจะเป็นการลงโทษซ้ำสองที่ไม่สมจริง ในทางกลับกัน bull case (+27.7% หรือ ≈ +8.5%/ปี) ทำได้ถ้า infrastructure spending เร่งตัว + tariff ยืนยาว + demand จาก data center/grid + reshoring จริง — แต่แม้ในฉากที่ดีที่สุดก็ยังชนะพันธบัตรไม่ขาด นักลงทุนแบบ value ควรรอโอกาสเข้าใกล้ FV ($147–$180) หรือต่ำกว่า ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อ steel cycle ปรับฐาน
Nucor เป็นบริษัทที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมเหล็กสหรัฐฯ — mini-mill EAF ต้นทุนต่ำ, buyback เชิงรุก, ปันผล Aristocrat 50+ ปี และได้ประโยชน์เต็มจาก tariff protection กำไรกำลังฟื้นจริง: EPS (TTM) ขึ้นจาก $10.10 เป็น $12.52 (+24%) รายได้ +17.2% YoY และ net margin กลับมาที่ 8.0% จากจุดต่ำ 5.3% ในปีงบ 2568 อย่างไรก็ตาม ราคาปัจจุบัน $268.91 สูงกว่า Fair Value mid-cycle ~$162 ถึง ~66% โดยที่ตลาดกำลัง "buy the tariff super-cycle story" บน EPS ที่ยังฟื้นไม่เต็มที่ (TTM $12.52 vs normalized $15.50) ในมุมมอง value investing: ไม่มี Margin of Safety เลย base case ผลตอบแทน 3 ปีติดลบ ~32% และแม้แต่ bull case ก็ให้เพียง ~8.5%/ปี ความเสี่ยงขาลงจาก policy reversal หรือ steel cycle peak มีนัยสำคัญ