⬤ ⬤ ⬤
NYSE: NEM ทองและโลหะมีค่า

Newmont Corporation

World's largest gold miner (~6M oz gold-equiv/yr) • Newcrest acquisition 2023 ($19.2B) • Boddington, Lihir, Tanami, Penasquito, Ahafo • AISC leverage to gold price • Divestiture program $6B+ post-merger
$127.64(NEM)
▲ +51.4% (รอบปี)
ราคา ณ 20 ส.ค. 2569
กรอบ 52 สัปดาห์ $67.20 – $134.88
ที่มา: Yahoo Finance, StockAnalysis.com, Google Finance
2026-08-17อัปเดต
1

ข้อมูลสำคัญ (Key Metrics)

งบ TTM ถึงไตรมาส 2/2569 (Q2 FY2026 ประกาศ 23 ก.ค. 2569) · ราคายืนยัน 3 แหล่ง: Yahoo Finance · StockAnalysis.com · Google Finance
Market Cap
$134.02B
1.05B หุ้นคงเหลือ · NYSE:NEM
P/E (TTM)
16.16x
EPS GAAP ปรับลด TTM $7.90
P/E มัธยฐาน 5 ปีงบ
15.35x
anchor หน้าต่าง TTM ~12.7x (ราคาเฉลี่ย ~$100)
P/BV
3.54x
BVPS ~$33.3 · มัธยฐาน 5 ปี 1.92x
กำไรสุทธิ FY2568
$7.09B
EPS ปรับลด $6.39 · +112% YoY
EPS (TTM)
$7.90
GAAP ปรับลด · เกิดที่ทองเฉลี่ย ~$4,200/oz
EPS ปกติวัฏจักร
~$6.50
ที่ทองปกติ $3,800/oz · FY2568 จริง $6.39
ROE (TTM)
25.9%
FY2568 22.3% · FY2567 11.2%
รายได้ TTM
$25.77B
+25.2% YoY · FY2568 $22.67B
Operating Margin (TTM)
55.2%
FY2568 48.6% · FY2567 31.7% — ยอดวัฏจักร
FCF (TTM)
$9.73B
P/FCF 12.7x · ปกติที่ทอง $3,800 ~$8.2B
เงินปันผล
0.88%
$1.04/ปี ($0.26/ไตรมาส) · payout ยืดหยุ่น
ราคาทอง (COMEX)
$4,447/oz
ณ 17 ส.ค. 2569 · TTM เฉลี่ย ~$4,200 (ประมาณจากรายได้)
AISC FY2568
$1,358/oz
By-product basis (Newmont IR)
ปริมาณขายทอง
~5.3M oz/ปี
เป้าปี 2569 5.26M oz attributable
Net Cash
+$3.41B
เงินสด $9.01B · หนี้ $5.60B · D/E 0.16x
2

ราคาย้อนหลัง ~1 ปี

โดยประมาณ · Yahoo Finance monthly close
ราคา NEM มูลค่าเหมาะสม $96 จุดสำคัญ

รอบ 12 เดือนล่าสุด (ก.ย. 2568 – ส.ค. 2569) NEM ให้ผลตอบแทน +39.7% แต่เส้นทางไม่ได้เป็นเส้นตรง หุ้นไต่จาก $80.97 (ต.ค. 2568) ขึ้นทำจุดสูงสุดของหน้าต่างที่ $130 ในเดือน ก.พ. 2569 (สูงสุด 52 สัปดาห์ $134.88) แล้วย่อลงเกือบ 30% มาที่ ~$93 ในเดือน มิ.ย.–ก.ค. 2569 ตามราคาทองที่ถอยจากยอด ก่อนเด้งกลับแรงในเดือน ส.ค. 2569 มาที่ $117.76 พร้อมราคาทองที่กลับขึ้นไป $4,447/oz (ณ 17 ส.ค. 2569) รูปแบบนี้คือลักษณะเฉพาะของหุ้นเหมืองทอง — ราคาหุ้นเป็นอนุพันธ์ที่มี leverage สูงของราคาทอง ไม่ใช่ธุรกิจที่กำไรเดินเป็นเส้นตรง ★ ราคาเฉลี่ยตลอดหน้าต่างงบ TTM อยู่ราว $100 ต่ำกว่าราคาปัจจุบันมาก — ตัวเลขนี้ถูกใช้เป็น anchor ของอัตราส่วนในหัวข้อถัดไป (ไม่ใช้ราคา spot)

3

การประเมินมูลค่า (Valuation)

หุ้นโภคภัณฑ์ — ทุกขาเป็นฟังก์ชันของราคาทอง · ฉากปกติ $3,800/oz · ตัวคูณ = มัธยฐาน 5 ปีงบ
1. P/E Valuation (EPS ปกติวัฏจักร ที่ทอง $3,800/oz)
EPS ปกติ $6.50 × P/E 15.35x = $100 — ที่มาของ EPS ปกติ: EPS(TTM) GAAP ปรับลด $7.90 เกิดจากทองเฉลี่ยราว $4,200/oz ปรับฉากลงมาที่ $3,800/oz คือ −$400/oz × ปริมาณขาย ~5.3M oz = EBITDA −$2.12B → หลังภาษี ~28% หารด้วย 1,087M หุ้นถัวเฉลี่ยปรับลด = −$1.40/หุ้น ⇒ $6.50 · ตัวคูณ 15.35x คือมัธยฐาน P/E 5 ปีงบ (นิยามเดียวกับตัวตั้ง คือ GAAP diluted) · ยืนยันซ้ำด้วยของจริง: FY2568 ที่ทองเฉลี่ยราว $3,800/oz บริษัททำ EPS ได้ $6.39 ใกล้เคียงตัวเลขปกติที่ใช้
$100
2. P/S Valuation (รายได้ปกติ ที่ทอง $3,800/oz)
รายได้ปกติ $23.65B × P/S 4.04x ÷ 1,050.8M หุ้นคงเหลือ = $91 — รายได้ TTM $25.77B หัก $2.12B (ทอง −$400/oz × 5.3M oz) · ตัวคูณ 4.04x คือมัธยฐาน P/S 5 ปีงบ · ★ ขานี้มี anchor แน่นที่สุดในชุด: P/S ที่คิดจากราคาเฉลี่ยหน้าต่าง TTM (~$100/หุ้น) = ~4.08x แทบเท่ามัธยฐาน 4.04x ⇒ ตัวคูณไม่ได้ถูกดันขึ้นด้วยราคา spot
$91
มูลค่าเหมาะสมเฉลี่ย (Fair Value)
กรอบ $91 – $100
$96

ทำไมวิธีเปลี่ยนจากรอบก่อน (หุ้นวัฏจักร/โภคภัณฑ์): ราคาทอง ณ 17 ส.ค. 2569 อยู่ที่ $4,447/oz ใกล้จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และงบ TTM (ก.ค. 2568–มิ.ย. 2569) เกิดจากทองเฉลี่ยราว $4,200/oz ⇒ EPS(TTM) $7.90 ไม่ใช่กำไรกลางวัฏจักร การเอากำไรยอดวัฏจักรคูณตัวคูณยอดวัฏจักรคือความผิดพลาดคลาสสิกของหุ้นกลุ่มนี้ (รอบก่อนใช้ EPS ล่วงหน้า $10.22 และ FCF yield 5% = P/FCF 20x จึงได้ FV $145) ฉบับนี้จึงบังคับให้ ตัวตั้งทุกขาเป็นฟังก์ชันของราคาทอง และยึดตัวคูณที่มัธยฐาน 5 ปีงบ ซึ่งสูงกว่า anchor ที่ราคาเฉลี่ยหน้าต่าง TTM (P/E ~12.7x · P/S ~4.08x) จึงไม่ได้เข้มเกินจริง

บริบท — ไม่นับเป็นขาของ FV เพราะมีข้อบกพร่องที่ตรวจสอบได้: P/FCF FCF ปกติ ~$8.2B แต่มัธยฐาน 5 ปีงบ 18.87x เพี้ยนจากปี 2566 ที่ 491.79x (ปีที่ FCF เกือบศูนย์) ⇒ ขานี้ให้ค่าตั้งแต่ $82 (anchor หน้าต่าง TTM 10.5x) ถึง $147 (มัธยฐาน 18.87x) กว้างเกินกว่าจะเป็นขาได้ · Forward P/E EPS ล่วงหน้าของนักวิเคราะห์ ~$10.0–10.5 ฝังสมมติฐานทองสูงไว้แล้ว ถ้าคูณมัธยฐาน 17.06x (ซึ่งมาจากปีขาดทุน 2565–2566) จะได้ ~$171–179 = นับความหวังซ้ำสองชั้น · P/BV 1.92x × BVPS ~$33.3 = ~$64 แต่ BVPS เป็นสมอตาย ไม่ขยับตามราคาทอง จึงใช้เป็นขาไม่ได้ (แสดงไว้เพื่อความโปร่งใสเท่านั้น)

ตำแหน่งของราคาปัจจุบันเทียบกรอบทั้งหมด: FV $96 < ราคา $117.76 ≈ มูลค่าตามกำไร spot (14.90x × $7.90 ≈ $118) < เป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ $131.39 (21 สำนัก) อ่านได้ตรง ๆ ว่า ตลาดและนักวิเคราะห์คิดราคาบนสมมติฐานว่าทอง $4,400+/oz อยู่ต่อ ส่วนรายงานนี้คิดบน $3,800/oz ความอ่อนไหว: ทองเปลี่ยน $100/oz ⇒ EPS ~$0.35 และ FV ขาที่ 1 ขยับ ~$5.4/หุ้น (ที่ P/E 15.35x)

4

ราคาปัจจุบัน vs โซนต่างๆ

ปัจจุบัน $127.64
เหมาะสม $96
$67.2
MOS 30%
$76.8
MOS 20%
$96
Fair Value
$117.76
ราคาปัจจุบัน
$131.4
เป้าเฉลี่ย Analyst

ราคาปัจจุบัน $117.76 สูงกว่า Fair Value $96 อยู่ 22.7% และอยู่เหนือทั้งโซน MOS 20% ($76.8) และ MOS 30% ($67.2) ไปมาก เหตุผลไม่ใช่ว่าธุรกิจแย่ลง — ตรงกันข้าม งบ TTM คือรอบที่ดีที่สุดในประวัติบริษัท — แต่เพราะกำไรที่ตลาดกำลังคิดราคาให้เป็นกำไรที่ยอดวัฏจักรทอง ($4,447/oz ณ 17 ส.ค. 2569) ขณะที่ Fair Value ฉบับนี้คิดบนทองปกติ $3,800/oz ราคาจะกลับเข้าโซนที่มีส่วนเผื่อความปลอดภัยได้ 2 ทาง: ทองยืนเหนือ $4,400/oz ได้ยาวจนกลายเป็นระดับปกติใหม่ (แล้ว FV จะขยับขึ้นเอง) หรือราคาหุ้นย่อลงหาโซน $77–96 เป้าเฉลี่ยนักวิเคราะห์ 21 สำนัก $131.39 (+13.3% จากราคาปัจจุบัน · คำแนะนำรวม Buy) สะท้อนสมมติฐานราคาทองที่สูงกว่าที่ใช้ในรายงานนี้ กรอบ 52 สัปดาห์ $67.20 – $134.88 (กว้าง 2 เท่า) แสดงความผันผวนของหุ้นกลุ่มนี้ได้ชัดเจน

5

Margin of Safety (ส่วนเผื่อความปลอดภัย)

−33%
ไม่มี Margin of Safety — ราคาสูงกว่ามูลค่าเหมาะสม | ราคาปัจจุบัน $117.76 vs FV $96 (คิดบนทองปกติ $3,800/oz)
จุดซื้อ MOS 20%
$76.8
ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน 34.8%
จุดซื้อ MOS 30%
$67.2
ตรงกับจุดต่ำสุด 52 สัปดาห์พอดี
โซนเริ่มทยอยสะสม
< $96
ต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสม (ฉากทองปกติ)
6

คาดการณ์ผลตอบแทน 3 ปี

จากจุดเข้า $127.64 • EPS ฐาน TTM $7.90 • ตัวแปรฉาก = ราคาทอง • รวมปันผล
BearEPS −22%/ปี
$68.4
−44.8%
  • EPS ปี 3~$3.80
  • P/E ออก18x
  • ปันผลรวม 3 ปี~$2.04
  • สถานการณ์ทองถอยสู่ $3,000/oz + ต้นทุนไม่ลดตาม
BaseEPS −3%/ปี
$108.0
−12.9%
  • EPS ปี 3~$7.20
  • P/E ออก15x
  • ปันผลรวม 3 ปี~$3.12
  • สถานการณ์ทองกลับสู่ปกติ $3,800/oz · buyback ชดเชยบางส่วน
BullEPS +14%/ปี
$165.2
+32.2%
  • EPS ปี 3~$11.80
  • P/E ออก14x
  • ปันผลรวม 3 ปี~$3.60
  • สถานการณ์ทอง $5,000/oz ยั่งยืน + Red Chris/Ahafo North + buyback เต็มสูบ

สมมติฐาน: ทั้งสามฉากขับด้วยตัวแปรเดียวคือราคาทอง ($3,000 / $3,800 / $5,000 ต่อออนซ์) แล้วแปลงเป็น EPS ด้วยความอ่อนไหว ~$0.35/หุ้น ต่อทองทุก $100/oz (ปริมาณขาย ~5.3M oz × $100 = EBITDA ~$530M → หลังภาษี ~28% ÷ 1,087M หุ้น) ตัวเลข "EPS %/ปี" ในหัวการ์ดคืออัตราทบต้นจาก EPS(TTM) $7.90 ไปยัง EPS ปี 3 — สังเกตว่าฉาก Base เป็นการหดตัว เพราะกำไรวันนี้อยู่ที่ยอดวัฏจักร P/E ออกสวนทางกับ EPS ตามธรรมชาติหุ้นวัฏจักร (กำไรต่ำ = P/E สูง 18x · กำไรสูง = P/E ต่ำ 14x) — เทียบเคียงของจริง FY2567 กำไร $2.92 ตลาดให้ 12.56x และ FY2568 กำไร $6.39 ตลาดให้ 15.35x ปันผล $0.26/ไตรมาสใน Base/Bull · ลดเหลือ $0.17/ไตรมาสใน Bear (บอร์ดเคยลดปันผลมาแล้วปี 2563) ตัวเลข "เป้า" คือราคาหุ้นปลายปีที่ 3 ส่วน "ผลตอบแทน" รวมปันผลสะสมแล้ว

7

ปัจจัยบวก & ความเสี่ยง

Catalysts — ปัจจัยหนุน

  • Gold Price Leverage: ปริมาณขาย ~5.3M oz/ปี ⇒ ทุก $100/oz ที่ทองขยับ = EBITDA ~$530M และ EPS ~$0.35 (≈5% ของ EPS ปกติ) โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มเลย; ในสภาวะดอลลาร์อ่อน/เฟดลดดอกเบี้ย/ธนาคารกลางสะสมทองต่อเนื่อง ทองยังมี tailwind เชิงโครงสร้าง
  • Scale & Portfolio Quality หลัง Newcrest: Newcrest เพิ่ม Lihir (Papua NG), Cadia (ออสเตรเลีย), Red Chris (แคนาดา) ทำให้มีเหมืองคุณภาพสูง low-AISC กระจายใน 9 ประเทศ; long mine life average 20+ ปี
  • Debt Reduction & Net Cash Position: หลังขายเหมือง non-core (Telfer, Havieron, CC&V ฯลฯ) รวม $6B+ NEM กลับมามี net cash $3.2B — balance sheet แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 10 ปี
  • กระแสเงินสดระดับสถิติ & Buyback $6B: FCF รอบ TTM $9.73B (P/FCF เพียง 12.7x) หนุนโครงการซื้อหุ้นคืน $6B ซึ่งเท่ากับ ~4.8% ของมูลค่าตลาด $123.75B — ลดจำนวนหุ้นและหนุน EPS ต่อเนื่องตราบที่ทองยังสูง
  • ส่วนต่างต้นทุนกว้างเป็นประวัติการณ์: AISC FY2568 $1,358/oz เทียบราคาทอง $4,447/oz = ส่วนต่างต่อออนซ์ ~$3,090 กว้างที่สุดเท่าที่บริษัทเคยทำได้ สะท้อนออกมาที่ Operating Margin TTM 55.2% (จาก 31.7% ใน FY2567) — ตราบที่ทองยืนระดับนี้ เงินสดจะไหลเข้าแรงต่อ
  • Red Chris & Growth Pipeline: Red Chris (บล็อกเคฟ) ในแคนาดาที่เพิ่งได้ environmental approval — เพิ่ม production ~100K oz/yr ใน 2028+; Ahafo North (กาน่า) เพิ่มอีก ~100K oz/yr

Risks — ความเสี่ยง

  • ★ ราคาหุ้นคิดบนกำไรยอดวัฏจักร (ความเสี่ยงอันดับ 1): EPS(TTM) $7.90 เกิดจากทองเฉลี่ยราว $4,200/oz ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ — ถ้าทองกลับสู่ $3,800/oz EPS ปกติเหลือ ~$6.50 และถ้าลงถึง $3,000/oz เหลือ ~$3.70 (บริษัทไม่มีโปรแกรม hedge เลย) · ตัวอย่างของจริงเพิ่งเกิด: ก.พ.–ก.ค. 2569 หุ้นย่อจาก $130 ลงเกือบ 30% มาที่ ~$93 เพียงเพราะทองถอยชั่วคราว
  • Operational & Geopolitical Risk: เหมืองกระจาย 9 ประเทศรวม Papua NG, Ghana, Peru, Argentina — ความเสี่ยงด้านการเมือง/ใบอนุญาต/แรงงาน สูงกว่า single-jurisdiction miner; seismic event ที่ Cadia (มิ.ย. 2569) เป็นตัวอย่าง
  • Newcrest Integration Cost & Impairment: ค่าความนิยม (goodwill) หลังควบรวม ~$18B+ — หาก gold ต่ำยาวนานอาจต้องตัดด้อยค่า (impairment) กระทบ GAAP EPS อย่างมีนัยสำคัญ
  • ต้นทุนไต่ขึ้นตามราคาทอง: ค่าภาคหลวง (royalty) และภาษีเหมืองผูกกับราคาทองโดยตรง บวกพลังงาน/แรงงาน/สารเคมี — AISC guidance ปี 2569 ที่ $1,680/oz (co-product) สูงกว่า FY2568 ที่ $1,358; ต้นทุนที่ไต่ตามนี้จะกินส่วนต่างจากทองแพงไปบางส่วนเสมอ ทำให้ leverage ขาขึ้นไม่เต็ม 100%
  • Execution Risk ใน Divestiture: การขายเหมือง non-core บางส่วนยังอยู่ในกระบวนการ — delay หรือ valuation ต่ำกว่าคาดอาจกระทบ balance sheet target
  • Dividend Sustainability: ปันผล $0.26/Q ($1.04/yr) ขึ้นอยู่กับ gold price — ใน bear case ที่ gold ต่ำ บอร์ดอาจลดปันผลเพื่อรักษา balance sheet (เคยลดปันผลในปี 2020)
8

สรุปภาพรวม

เหมืองทองอันดับ 1 ของโลกในรอบที่ดีที่สุด — แต่ราคาคิดบนทองยอดวัฏจักร สูงกว่า Fair Value 22.7%

Newmont เป็น ผู้ผลิตทองรายใหญ่ที่สุดในโลก และรอบ TTM ที่เพิ่งจบ (ถึงไตรมาส 2/2569) คือช่วงที่ดีที่สุดในประวัติบริษัท: รายได้ $25.77B (+25.2%) · Operating Margin 55.2% · FCF $9.73B · ROE 25.9% · เงินสดสุทธิ +$3.41B พร้อม D/E เพียง 0.16x คำถามจึงไม่ใช่ "ธุรกิจดีไหม" แต่คือ "กำไรระดับนี้ยั่งยืนแค่ไหน" EPS(TTM) $7.90 เกิดจากราคาทองเฉลี่ยราว $4,200/oz และวันนี้ทองอยู่ที่ $4,447/oz ใกล้จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ถ้าคิดบนทองปกติ $3,800/oz (ระดับเดียวกับ FY2568 ที่บริษัททำ EPS จริงได้ $6.39) EPS ปกติจะอยู่ราว $6.50 คูณมัธยฐาน P/E 5 ปีงบ 15.35x ได้ $100 และตรวจซ้ำด้วย P/S รายได้ปกติได้ $91 ⇒ Fair Value $96 ที่ราคา $117.76 จึงซื้อขายสูงกว่ามูลค่าเหมาะสม 22.7% และแทบเท่ามูลค่าตามกำไร spot พอดี (14.90x × $7.90 ≈ $118) แปลว่าราคาวันนี้คือการเดิมพันว่าทองจะยืน $4,400+/oz ต่อไป ไม่ใช่ส่วนลดจากมูลค่ากิจการ

มูลค่าเหมาะสม
$96 ($91–$100)
ส่วนต่างจากราคา
MOS ~ −33.0% (แพง)
เป้านักวิเคราะห์ 12 ด.
$131.39 (21 สำนัก, Buy)
กลยุทธ์: ผู้ที่ถืออยู่เพื่อใช้ NEM เป็น gold hedge ในพอร์ต ไม่จำเป็นต้องขายด้วยเหตุผลด้าน valuation เพียงอย่างเดียว แต่ที่ราคานี้ ไม่ใช่จุดเข้าใหม่ที่มีส่วนเผื่อความปลอดภัย — โซนที่เริ่มมี MOS คือ <$96 · MOS 20%: <$76.8 · MOS 30%: <$67.2 (เท่ากับจุดต่ำสุด 52 สัปดาห์พอดี) ถ้าเชื่อว่าทองยืน $4,400–5,000/oz ได้ยาว ให้ใช้ฉาก Bull ในหัวข้อ 6 เป็นกรอบแทน (ผลตอบแทน 3 ปี ~+43% หรือ ~+12.7%/ปี) และคุมขนาดสถานะไม่เกิน 5–10% ของพอร์ต ติดตาม: ราคาทอง spot · AISC รายไตรมาส · ความคืบหน้า buyback $6B · งบไตรมาส 3/2569 (ต.ค. 2569)
คำเตือน: รายงานนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ตัวเลข valuation อิงสมมติฐานที่อาจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะราคาทองโลก, AISC, อัตราการผลิต และตัวคูณเป้าหมาย Fair Value ในรายงานนี้คิดบนสมมติฐานราคาทองปกติ $3,800/oz ซึ่งต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน ($4,447/oz) — ถ้าทองยืนสูงกว่านี้ได้ยาว มูลค่าเหมาะสมจะสูงขึ้นตาม และข้อสรุปเรื่องความแพงจะเปลี่ยนไป ราคาหุ้นมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจ • ที่มาข้อมูล: Yahoo Finance (ราคา/EPS TTM/เป้านักวิเคราะห์), StockAnalysis.com (งบย้อนหลัง 5 ปี/อัตราส่วนมัธยฐาน/หุ้นคงเหลือ), Google Finance (ยืนยันราคาแหล่งที่ 3 + ราคาทอง COMEX), Newmont Investor Relations (AISC/ปริมาณการผลิต/guidance) • ราคา ณ 20 ส.ค. 2569 · ราคาทอง ณ 20 ส.ค. 2569