ราคา FICO ร่วงจากจุดสูงสุด 52 สัปดาห์ $1,886.28 ลงมาที่ $689.61 (ณ 5 ต.ค. 2569) ใกล้จุดต่ำสุด $586.05 · รวมรอบปี ▼ −61.8% (รอบปี) — แรงขายหลักสองระลอกมาจาก FHFA: 4 ก.ย. 2569 อนุญาตให้ผู้ปล่อยกู้ GSE ใช้ VantageScore 4.0 ได้ทันที (หุ้น −16.7% ในวันเดียว ปิดราว 932 ดอลลาร์) และ 28–29 ก.ย. 2569 สั่ง Fannie/Freddie รวมตาราง loan-level pricing (LLPA) เป็นตารางเดียว ให้ VantageScore 4.0 อยู่ระดับเดียวกับ Classic FICO และถอดการปรับลด 20 คะแนน (หุ้น −26.5%) · ยังไม่ประกาศวันมีผลและตารางจริง
2 ขาคนละตระกูล: P/E บน EPS หลังเหตุการณ์ (ยึด peer ที่วัดจริง) + DCF บน FCFF หักหนี้สุทธิ (r,g) — ไม่มี DDM (ไม่ปันผล) · ไม่มี P/BV (ส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ)
หลังเหตุการณ์ FHFA กำไรย้อนหลังใช้เป็นฐานไม่ได้ — FV สร้างจากกำไรของฉาก ไม่ใช่ EPS TTM $34.47 ที่ฝังกำไรจากการขึ้นราคาคะแนน mortgage (+97% ใน Q3 FY26) · ขา 1 (ตลาด) EPS หลังเหตุการณ์ฉาก Base ~23.4 ดอลลาร์ (สเกลธุรกิจปัจจุบัน รายได้ mortgage เหลือราวครึ่ง) × P/E 28.0x = $655.20 — ตัวคูณยึดมัธยฐาน 5 ปีของ peer ธุรกิจข้อมูล/เครดิตที่วัดจริง (SPGI 33.3x ต่ำสุด · กลุ่ม 33–46x) หักส่วนลด ~15% เพราะหนี้สุทธิสูงและ moat หลักถูกเจาะ · ขา 2 (r,g) DCF บน FCFF หลังเหตุการณ์ ~0.91B ดอลลาร์ โต 6%/ปี 5 ปี · WACC 9% · g ปลายทาง 3% · หักหนี้สุทธิ 5.35B = $575.29 · สองขาคนละตระกูล ถ่วงเท่ากัน → FV $615.24 กรอบ $568.44–$677.25 · ความไว: DCF ที่ WACC ±0.5pp ≈ 511–651 ดอลลาร์ต่อหุ้น · ไม่ใช้ P/E ย้อนหลังของ FICO เอง (30–69x = ยุคผูกขาดที่ยังไม่ถูกแตะ) · ไม่ใช้ forward EPS ของ vendor (เป็น FY2027e และทำก่อน 29 ก.ย.) · ไม่มี DDM (ไม่ปันผล) และ P/BV (ส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ)
ราคา $689.61 อยู่ใกล้ FV $615.24 (MOS −12%) ยังห่างโซน MOS 20% ที่ $492.19 · หลังร่วงจากจุดสูงสุด ตลาดราคาใกล้ฉาก Base แล้ว ไม่ใช่ของถูกชัด · เป้านักวิเคราะห์ 19 ราย $1,256.42 (+82%) เป็นตัวเลขก่อนเหตุการณ์ 29 ก.ย. ยังไม่ปรับ — ใช้เป็นบริบท ไม่ใช่พยานของมูลค่า
สมมติฐาน: EPS FY2029 ของแต่ละฉากสร้างจาก run-rate หลังเหตุการณ์ ไม่ใช่การโตต่อจาก EPS TTM $34.47 (ที่ฝังกำไรจากขึ้นราคา) · run-rate = (EBIT ฐานที่ไม่กระทบ ≈ 0.48B ดอลลาร์ [Scores นอก mortgage + Software หลังต้นทุนส่วนกลาง] + รายได้ mortgage ก่อนเหตุการณ์ ~1.1B/ปี [Q3 FY26 × 4] × สัดส่วนที่รักษาไว้ × margin ส่วนเพิ่ม ~90% − ดอกเบี้ย ~0.33B) × (1 − ภาษี 21%) ÷ 21.8M หุ้น · Bear เหลือ 25% (ราคา −65% · ส่วนแบ่ง ~70%) หยุด buyback → ~14.4 ดอลลาร์ โต 3%/ปี · Base เหลือ 50% (ราคา −40% · ส่วนแบ่ง ~85%) → ~23.4 ดอลลาร์ โต 6%/ปี เท่าขา DCF · Bull เหลือ 75% (ราคา −15% · ส่วนแบ่ง ~90%) → ~32.3 ดอลลาร์ โต 9%/ปี · run-rate ถือเป็น FY27 แล้วโต 2 ปีถึง FY29 · ช่อง growth ในตาราง = CAGR 3 ปีเทียบจาก EPS TTM (แปลงให้สูตรเครื่องยนต์ได้ EPS FY29 เดียวกัน) จึงติดลบแม้ธุรกิจหลังเหตุการณ์ยังโต · P/E ออก 20/28/33x ยึดมัธยฐาน peer ที่วัดจริง (ต่ำสุด SPGI 33.3x) หักส่วนลดตามความเสี่ยง · ฉาก Base ให้ผลตอบแทน +7% (+2%/ปี) ใกล้แต่ต่ำกว่าต้นทุนทุน ~9%/ปีเล็กน้อย สอดคล้องกับ MOS −12% ที่บาง · ไม่รวมปันผล (FICO ไม่จ่าย)
FHFA ทำให้ VantageScore 4.0 (TransUnion ตรึงราคา 0.99 ดอลลาร์/คะแนนถึง ธ.ค. 2028) ใช้แทน Classic FICO ในสินเชื่อ GSE ได้เท่าเทียม — กระทบตรงบรรทัดที่ขับกำไร 2 ปีหลัง: mortgage origination = 62% ของรายได้ Scores และโต +97% ใน Q3 FY26 แทบทั้งหมดจากขึ้นราคา (ต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ปี 2018 → 10 ดอลลาร์ปี 2026) · เมื่อแยกฐานที่ไม่กระทบ (Scores นอก mortgage + Software) ออก ฉาก Base (ลดราคาเพื่อรักษาส่วนแบ่ง) ให้ FV $615.24 ใกล้ราคา $689.61 (MOS −12%) และฉาก Base 3 ปีให้ +7% (+2%/ปี) ต่ำกว่าต้นทุนทุน ~9%/ปีเล็กน้อย · หนี้สุทธิ ~5.35B ดอลลาร์ทำให้ผลต่อส่วนผู้ถือหุ้นแรงกว่าผลต่อรายได้ · บทวิเคราะห์นี้ทำก่อน guidance FY27 (งบ Q4 FY26 วันที่ 4 พ.ย. 2569) และคาดว่าต้องวิเคราะห์เต็มอีกครั้งหลังงบ