●●●●●
อกริเพียว โฮลดิ้งส์ (APURE)
ข้าวโพดฝักอ่อนกระป๋อง • ผักแช่แข็ง-แช่เย็น • เมล็ดพันธุ์ข้าวโพด • ส่งออก EU/US/ญี่ปุ่น • เกษตรอินทรีย์
▼ −29.5% (รอบปี)
ราคา ณ 20 ส.ค. 2569
กรอบ 52 สัปดาห์ ฿1.90 – ฿3.22
ที่มา: SET Thailand, Yahoo Finance, TradingView
👁 0ยอดดู
2026-08-18อัปเดต
1
ข้อมูลสำคัญ (Key Metrics)
งบล่าสุดถึงไตรมาส 1/2569 — งบ Q2/2569 ประกาศ 19 ส.ค. 2569 (ยังไม่ออก)
Market Cap
~฿2,108 ล้าน
หุ้นคงเหลือ 958.28 ล้านหุ้น
P/BV
0.91x
มัธยฐาน 5 ปีของตัวเอง 1.85x
P/S (TTM)
1.06x
มัธยฐาน 5 ปีของตัวเอง 1.86x
BVPS
~฿2.27
มูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น
กำไรสุทธิ TTM
−฿281 ล้าน
รวมผลขาดทุนด้านเครดิต Q3/68 −271.7 ล้าน
EPS (TTM)
−฿0.29
2 ไตรมาสล่าสุดกลับมาบวก ~฿12 ล้าน/ไตรมาส
ROE (TTM)
−11.5%
FY2567 เคยอยู่ที่ +11.0%
เงินสด / หนี้สิน
฿211 / ฿203 ล้าน
เงินสดสุทธิ ~฿8 ล้าน · D/E 0.09
รายได้ TTM
~฿1,867 ล้าน
−16.1% YoY · หดตัว 3 ปีติด
อัตรากำไรขั้นต้น
18.0%
ลดจาก 27.0% ใน FY2567
เงินปันผล
~10.7%
฿0.22/หุ้น — สูงกว่า FCF/หุ้น ฿0.148
FCF (TTM)
฿142 ล้าน
฿0.148/หุ้น · P/FCF 13.9x
2
ราคาย้อนหลัง ~1 ปี
ก.ย. 2568 – ส.ค. 2569
ราคา APURE
มูลค่าเหมาะสม ฿1.90
จุดสำคัญ
หุ้น APURE ปรับตัวลดลงต่อเนื่องจาก ฿3.12 (ก.ย. 2568) มาแตะจุดต่ำสุดที่ ฿2.02 (พ.ค. 2569) คิดเป็น −35.3% ก่อนทรงตัวแถว ฿2.02–2.08 มาจนถึง ฿2.06 (17 ส.ค. 2569) ผลตอบแทนรอบปี −34.0% ช่วงที่ราคาไหลแรงที่สุดคือ ต.ค.–ธ.ค. 2568 ซึ่งตรงกับไตรมาสที่บริษัทบันทึกผลขาดทุนด้านเครดิตก้อนใหญ่ (Q3/2568 ขาดทุนสุทธิ −271.74 ล้านบาท) ราคาที่ทรงตัวในกรอบแคบตลอด 6 เดือนหลังสะท้อนว่าตลาดรอความชัดเจนของกำไรและความยั่งยืนของเงินปันผล มากกว่าจะเก็งการฟื้นตัว
3
การประเมินมูลค่า (Valuation)
ตระกูลยึดตลาด (P/S + P/FCF) เฉลี่ยกับตระกูล r,g (DDM) — ตัวคูณวัดจริงทุกขา
1. P/S Valuation (ยึดตลาด)
รายได้ต่อหุ้น TTM ฿1.948 × P/S เป้าหมาย 1.33x — ตัวคูณวัดจริง: มัธยฐาน 5 ปีงบของ APURE เอง 1.86x ปรับลดตามอัตรากำไรขั้นต้นที่หดจากมัธยฐาน 25.1% เหลือ 18.0% (1.86 × 18.0 ÷ 25.1 = 1.33x) · ฐานรายได้ = ฿1,867 ล้าน ÷ 958.28 ล้านหุ้น · เทียบ: ตลาดจ่ายจริงวันนี้ 1.06x และเฉลี่ยหน้าต่าง 12 เดือน 1.18x
฿2.59
2. P/FCF Valuation (ยึดตลาด)
FCF/หุ้น ฿0.148 × 15.5x — ตัวคูณวัดจริง = มูลค่าตลาดที่ราคาเฉลี่ยหน้าต่าง 12 เดือน ฿2.29 (฿2,195 ล้าน) หารด้วย FCF TTM ฿142 ล้าน ฐานเดียวกับตารางงบ 5 ปี ตามกฎ anchor ที่ราคาเฉลี่ยหน้าต่าง ไม่ใช่ spot · เทียบ: มัธยฐาน P/FCF 5 ปีงบของตัวเอง 20.32x วัดในยุคทำกำไรที่ราคา ฿4–5 จะให้ ฿3.01 ส่วนตลาดวันนี้จ่าย 13.9x
฿2.29
3. DDM / Gordon Growth (ตระกูล r, g)
ปันผลที่ยั่งยืน D₁ ฿0.148 ÷ (r 11.0% − g 0.0%) — จำกัด D₁ ไว้ที่ FCF/หุ้น เพราะปันผลจ่ายจริง ฿0.22 สูงกว่า FCF ต่อหุ้นถึง 49% · r = พันธบัตรรัฐบาลไทย 10 ปี 2.3% (ThaiBMA / Trading Economics, พ.ค. 2569) + ERP 6.5% + ส่วนชดเชยขนาดเล็ก-สภาพคล่อง 2.2% · g = 0% เพราะรายได้หดตัว 3 ปีติด · sensitivity: r ±0.5pp ให้ ฿1.41 / ฿1.29
฿1.35
4. DDM ที่ปันผลจ่ายจริง (บริบท — ไม่รวมในกรอบ FV)
ปันผลจ่ายจริง D₁ ฿0.22 ÷ (r 11.0% − g 0.0%) — สมมติว่ารักษาปันผล ฿0.22 ได้ตลอดไป ซึ่งต้องใช้เงินสด ~฿211 ล้าน/ปี เทียบ FCF ฿142 ล้าน ⇒ ส่วนต่างมาจากกำไรสะสม/สำรองเดิม ไม่ยั่งยืนเชิงโครงสร้าง จึงเป็นบริบทไม่ใช่ขาของ FV
฿2.00
มูลค่าเหมาะสมเฉลี่ย (Fair Value)
กรอบ ฿1.35 – ฿2.59
฿1.90
จัดตามกฎถ่วงตระกูล: ตระกูล "ยึดตลาด" = P/S ฿2.59 กับ P/FCF ฿2.29 (เฉลี่ย ฿2.44) · ตระกูล (r, g) = DDM ฿1.35 · ขาสูงสุดต่อขาต่ำสุด 2.59 ÷ 1.35 = 1.92 เท่า ยังไม่เกิน 2 เท่า จึงเฉลี่ยข้ามตระกูลได้ ⇒ FV = (฿2.44 + ฿1.35) ÷ 2 = ฿1.90 กรอบ ฿1.35–฿2.59 · ไม่ใช้ P/E เป็นขา เพราะ EPS TTM ติดลบ (−฿0.29) และ ไม่ใช้ P/BV × BVPS เป็นขา เพราะ BVPS เป็นสมอตายที่ไม่ตอบสนองต่อฉากกำไร — ใช้เป็นบริบทได้ว่าหุ้นเทรดที่ 0.91x มูลค่าทางบัญชี (มัธยฐาน 5 ปีของตัวเอง 1.85x) และมีเงินสดสุทธิ ~฿8 ล้าน ซึ่งเป็นพื้นรองรับด้านสินทรัพย์ · Justified P/BV ใช้ตรง ๆ ไม่ได้เพราะ ROE ติดลบ (−11.5%) · ราคาปัจจุบัน ฿2.06 จึงสูงกว่า FV ประมาณ 8% — ใกล้มูลค่ามากกว่ารอบวิเคราะห์ก่อน (FV เดิม ฿1.65) เพราะรอบนี้ตัวคูณทุกขาถูกวัดจากงบ/ราคาจริงแทนการตั้งค่าเอง
4
ราคาปัจจุบัน vs โซนต่างๆ
฿1.33
MOS 30%
฿1.52
MOS 20%
฿1.90
Fair Value
฿2.06
ราคาปัจจุบัน
฿2.59
กรอบบน FV
ราคาปัจจุบัน ฿2.06 อยู่สูงกว่ามูลค่าเหมาะสม ฿1.90 ประมาณ 8.4% — ถือว่าใกล้เต็มมูลค่า ไม่ใช่ส่วนลด โซนน่าสนใจ (MOS 20%) เริ่มที่ ฿1.52 ลงมาจนถึง MOS 30% ที่ ฿1.33 ซึ่งบังเอิญใกล้กับขา DDM บนปันผลที่ยั่งยืน (฿1.35) ⇒ เป็นระดับที่ผู้ถือได้ผลตอบแทนจากเงินสดจริงโดยไม่ต้องพึ่งการฟื้นตัวของกำไร นักลงทุนที่ต้องการ Margin of Safety ควรรอจุดเข้าต่ำกว่า ฿1.90 หรือรอยืนยันว่ากำไรรายไตรมาสเป็นบวกต่อเนื่องและปันผลไม่ถูกตัด
5
Margin of Safety (ส่วนเผื่อความปลอดภัย)
−16%
ราคาสูงกว่า FV เล็กน้อย — ยังไม่มี Margin of Safety ที่ราคาปัจจุบัน
จุดซื้อ MOS 20%
฿1.52
โซนน่าสนใจสำหรับ value
จุดซื้อ MOS 30%
฿1.33
โซนถูกมาก (deep value)
โซนเริ่มทยอยสะสม
< ฿1.90
ใกล้/ต่ำกว่ามูลค่าเหมาะสม
6
คาดการณ์ผลตอบแทน 3 ปี
จากจุดเข้า ฿2.20 • ฐานรายได้/หุ้น TTM ฿1.95 • ออกด้วยตัวคูณ P/S • รวมปันผล
Bearรายได้หดต่อ
฿1.22
−37.7%
- รายได้/หุ้น ปี 3~฿1.52
- ตัวคูณออกP/S 0.8x
- ปันผลรวม 3 ปี~฿0.15
- สถานการณ์รายได้ −8%/ปี · ตัดปันผล
Baseรายได้ทรงตัว
฿1.95
+9.1%
- รายได้/หุ้น ปี 3~฿1.95
- ตัวคูณออกP/S 1.0x
- ปันผลรวม 3 ปี~฿0.45
- สถานการณ์ยอดขายทรงตัว · ปันผลลดเหลือ ฿0.15
Bullมาร์จิ้นกลับมา
฿2.98
+65.5%
- รายได้/หุ้น ปี 3~฿2.13
- ตัวคูณออกP/S 1.4x
- ปันผลรวม 3 ปี~฿0.66
- สถานการณ์รายได้ +3%/ปี · GM กลับใกล้ 25%
ใช้ตัวคูณ P/S เป็นทางออกแทน P/E เพราะกำไรยังใกล้ศูนย์ (run-rate 2 ไตรมาสล่าสุด ~฿48 ล้าน/ปี = ฿0.05/หุ้น) ทำให้ P/E ที่คำนวณได้ไร้ความหมาย · Base: รายได้ทรงตัวที่ ~฿1,867 ล้าน ออกที่ P/S 1.0x ได้ ฿1.95 ซึ่งสอดคล้องกับ FV ฿1.90 พร้อมปันผลที่ปรับลดลงเหลือ ฿0.15/หุ้น/ปี (ระดับที่ FCF รองรับได้) · Bear: รายได้หดต่อ −8%/ปี ตัดปันผลเหลือ ฿0.05 และตลาด de-rate เหลือ P/S 0.8x · Bull: อัตรากำไรขั้นต้นกลับขึ้นใกล้ 25% รายได้โต ~3%/ปี และตลาดให้ P/S กลับไป 1.4x ซึ่งยังต่ำกว่ามัธยฐานตัวเอง 1.86x — ตัวแปรชี้ขาดคือ margin ไม่ใช่ปริมาณขาย
▲Catalysts — ปัจจัยหนุน
- กลับมากำไร 2 ไตรมาสติด: Q4/2568 +12.32 ล้านบาท และ Q1/2569 +11.88 ล้านบาท หลังขาดทุน 2 ไตรมาสก่อนหน้า — run-rate ~฿48 ล้าน/ปี ยังต่ำกว่าอดีตมาก แต่ยืนยันว่าธุรกิจหลักไม่ได้ขาดทุนจากการดำเนินงานแล้ว
- ความต้องการ Organic สูงขึ้น: ตลาด EU/US เพิ่ม demand ผักอินทรีย์และ Non-GMO อย่างต่อเนื่อง APURE มีใบรับรอง EU Organic ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ
- งบดุลแทบไม่มีหนี้: เงินสด ฿211 ล้าน เทียบหนี้ ฿203 ล้าน = เงินสดสุทธิ ~฿8 ล้าน · D/E 0.09 · ส่วนของผู้ถือหุ้น ~฿2,175 ล้าน (BVPS ฿2.27) ⇒ บริษัทมีเวลารอรอบธุรกิจโดยไม่ถูกเจ้าหนี้บีบ
- ผู้นำตลาดข้าวโพดฝักอ่อน: APURE เป็นผู้ส่งออกข้าวโพดฝักอ่อนกระป๋องรายใหญ่ของไทย มีลูกค้าระดับ Retail chain ชั้นนำในยุโรปและญี่ปุ่น ความสัมพันธ์ระยะยาวสร้างความมั่นคงของรายได้
- ค่าเงิน EUR/USD เอื้อ: หากค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อ EUR หรือ USD จะเพิ่มรายได้จากการส่งออกโดยตรง บริษัทรับรายได้หลักเป็น EUR ทำให้ได้ประโยชน์เมื่อ EUR แข็ง
- กระแสเงินสดอิสระยังเป็นบวกทุกปี: FCF TTM ฿142 ล้าน (฿0.148/หุ้น) และเป็นบวกต่อเนื่อง FY2565–2568 (฿295 / ฿121 / ฿167 / ฿141 ล้าน) — ผลขาดทุนทางบัญชีปี 2568 เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดเป็นหลัก จึงไม่ได้กินเงินสดของกิจการ
▼Risks — ความเสี่ยง
- ผลขาดทุนด้านเครดิตก้อนใหญ่ (ความเสี่ยงคู่ค้า/ธรรมาภิบาล): ก้อน −271.74 ล้านบาทใน Q3/2568 คือการตั้งสำรอง "ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น" จากเงินจ่ายล่วงหน้าค่าบรรจุภัณฑ์กระป๋องผ่านบริษัทย่อย RKI ซึ่งทั้งปี 2568 รวม ~฿438.59 ล้าน — ไม่ใช่การขาดทุนจากการขายสินค้า แต่สะท้อนความเสี่ยงการควบคุมภายในและการบริหารเงินจ่ายล่วงหน้า หากมีการตั้งสำรองเพิ่มอีก กำไรและส่วนของผู้ถือหุ้นจะถูกกระทบซ้ำ
- ความเสี่ยง FX สูง: รายได้หลักเป็นสกุล EUR และ USD หากบาทแข็งค่าจะกระทบ margin โดยตรง โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนในประเทศยังสูง
- กดดันจากคู่แข่ง: ผู้ผลิตข้าวโพดฝักอ่อนจากจีน เวียดนาม และอินเดีย มีต้นทุนต่ำกว่า ทำให้ APURE ต้องแข่งขันด้วย Quality และ Organic certification เป็นหลัก
- รายได้และมาร์จิ้นเสื่อมเชิงโครงสร้าง: รายได้ลดลง 3 ปีติด (฿2,970 → ฿2,162 → ฿1,968 → TTM ฿1,867 ล้าน) และอัตรากำไรขั้นต้นหดจาก 27.0% เหลือ 18.0% — สาเหตุที่บริษัทระบุคือการแข่งขันด้านราคา/เวลาส่งมอบจากผู้ผลิตต่างประเทศ นโยบายภาษีของประเทศคู่ค้า และเศรษฐกิจโลกชะลอ ซึ่งไม่ใช่ปัจจัยที่หายไปเองในรอบเดียว · ราคา ฿2.06 ยังสูงกว่ามูลค่าเหมาะสม ฿1.90 ~8%
- ความผันผวนผลผลิต: ธุรกิจเกษตรมีความเสี่ยงด้านสภาพอากาศ เกษตรกรพันธมิตรอาจส่งวัตถุดิบไม่เพียงพอในปีที่ภัยแล้งหรือน้ำท่วม
- ปันผลจ่ายเกินกระแสเงินสดที่หามาได้: ฿0.22/หุ้น = ~฿211 ล้าน/ปี เทียบ FCF ฿142 ล้าน (฿0.148/หุ้น) และกำไร run-rate ~฿48 ล้าน ⇒ payout ~149% ของ FCF จ่ายจากกำไรสะสมเดิม · yield 10.7% ที่เห็นวันนี้จึงเป็นตัวเลขที่มีเงื่อนไข การตัดปันผลลงมาที่ระดับ FCF จะทำให้ yield เหลือ ~7% และมักกดราคาในระยะสั้น
APURE: ขาดทุนก้อนใหญ่เป็นรายการเครดิต ไม่ใช่เงินสด — แต่ธุรกิจหลักยังเล็กลงจริง
อกริเพียว โฮลดิ้งส์ (APURE) เป็นผู้ส่งออกข้าวโพดฝักอ่อนกระป๋องและผักแปรรูปที่มีฐานลูกค้าค้าปลีกในยุโรปและญี่ปุ่น ตัวเลขขาดทุน TTM −฿281 ล้าน (EPS −฿0.29) ดูน่ากลัวกว่าความเป็นจริง เพราะก้อนใหญ่ที่สุด −฿271.74 ล้านใน Q3/2568 คือการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตจากเงินจ่ายล่วงหน้าค่าบรรจุภัณฑ์กระป๋องผ่านบริษัทย่อย RKI (ทั้งปี 2568 รวม ~฿438.59 ล้าน) ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดและไม่เกิดซ้ำทุกปี — สังเกตได้จาก FCF ที่ยังเป็นบวก ฿142 ล้านและงบดุลที่แทบไม่มีหนี้ · แต่ภาพอีกด้านคือธุรกิจหลักเล็กลงจริง รายได้ลดลง 3 ปีติดและอัตรากำไรขั้นต้นหดจาก 27% เหลือ 18% ทำให้กำไร 2 ไตรมาสล่าสุดกลับมาบวกได้เพียง ~฿12 ล้าน/ไตรมาส เทียบกับ ~฿70–95 ล้าน/ไตรมาสในอดีต · ประเมินด้วยตัวคูณที่วัดจากงบและราคาจริงของบริษัทเองได้ FV ฿1.90 ราคาปัจจุบัน ฿2.06 จึงสูงกว่ามูลค่าเหมาะสม ~8% คือใกล้เต็มมูลค่า ไม่ใช่ส่วนลด
มูลค่าเหมาะสม
฿1.90 (฿1.35–฿2.59)
ส่วนต่างจากราคา
MOS ~ −15.8%
เป้าหมายกรณีฟื้นตัว
~฿2.59 (P/S 1.33x)
กลยุทธ์: รอจุดเข้าต่ำกว่า ฿1.90 (= FV) หรือ ฿1.52 (MOS 20%) · จุดตรวจที่ใกล้ที่สุดคืองบไตรมาส 2/2569 ที่ประกาศ 19 ส.ค. 2569 — สิ่งที่ต้องดูมี 3 อย่าง: (1) มีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตเพิ่มอีกหรือไม่ (2) อัตรากำไรขั้นต้นหลุดต่ำกว่า 18% หรือกลับขึ้น และ (3) นโยบายปันผลครึ่งปี ซึ่งบอกได้ว่าบริษัทยอมรับว่า ฿0.22 จ่ายเกิน FCF แล้วหรือยัง · yield 10.7% ที่เห็นวันนี้ไม่ใช่ส่วนชดเชยความเสี่ยงที่ปลอดภัย เพราะจ่ายจากกำไรสะสมไม่ใช่จากกระแสเงินสดของปีนั้น
คำเตือน: รายงานนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายหลักทรัพย์
ตัวเลข valuation อิงสมมติฐานที่อาจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะ P/S และ P/FCF เป้าหมาย, อัตราเติบโต (g) และผลตอบแทนที่ต้องการ (r)
ราคาหุ้นมีความผันผวนสูง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและพิจารณาความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจ • ข้อมูลราคา: SET Thailand (20 ส.ค. 2569), Yahoo Finance (APURE.BK) • ข้อมูลการเงิน: StockAnalysis (งบ 5 ปี + ตัวคูณย้อนหลัง, งวดล่าสุด ไตรมาส 1/2569), SET Factsheet, TradingView (SET-APURE) • ตรวจสอบข้ามแหล่ง ≥2 แหล่ง (Yahoo Finance + StockAnalysis): ราคา ฿2.06 ยืนยันตรงกัน (ต่าง 0.0%) • ไม่มีราคาเป้าหมายจากนักวิเคราะห์ (n/a ทั้ง Yahoo Finance และ StockAnalysis) รายงานนี้จึงไม่ใช้ consensus เป็นตัวอ้างอิง • EPS(TTM) ที่ระดับ quote ของ vendor แสดง −฿0.20 ขณะที่คำนวณจากงบ (กำไรสุทธิ −฿281 ล้าน ÷ 958.28 ล้านหุ้น) ได้ −฿0.29 — รายงานนี้ยึดค่าที่ย้อนกลับได้จากงบคือ −฿0.29 • งบไตรมาส 2/2569 ประกาศ 19 ส.ค. 2569 ตัวเลขทั้งหมดในรายงานนี้จึงถึงไตรมาส 1/2569